นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
 
 


แต่เนื่องจากโรงเรียนจีนถูกมองว่าเป็นที่เพาะลัทธิคอมมิวนิสต์รวมทั้งขัดขวางกระบวนการผสมผสาน
กลมกลืนให้คนไทยเชื้อสายจีนรับวัฒนธรรมไทยจึงมีมาตรการจากรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามบังคับ
ให้โรงเรียนจีนสอนภาษาจีนวันละหนึ่งชั่วโมงและถูกปิดด้วยการกระทำที่ผิดกฎระเบียบเป็นจำนวนมาก
โรงเรียนจีนเหล่านั้นยังแอบสอนเกินหนึ่งชั่วโมงเมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจก็มีการนัดแนะกันล่วงหน้า
ในรายงานของเจ้าหน้าที่ก็มักจะลงว่า "เรียบร้อย"หมายความว่าไม่มีการทำผิดระเบียบอันเป็นที่มา
ของคำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน"

ในส่วนของการศึกษาขั้นมหาวิทยาลัยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 ในปี 2477ก็มีการตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้นซึ่งเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นในการฝึกหัด
ผู้ที่จะรับราชการในกระทรวง ทบวงกรม ต่างๆ รวมทั้งการเป็นผู้พิพากษาการเป็นนายอำเภอ

และผู้ว่าราชการจังหวัด หรือตำรวจกล่าวอีกนัยหนึ่งเพื่อเป็นฐานการสถาปนาระบอบการปกครอง
แบบประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง จึงเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นคู่แข่งของ


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น ขณะเดียวกันก็มีมหาวิทยาลัยศิริราชมหาวิทยาลัยศิลปากรและมหาวิทยาลัยเกษตร ก่อนที่จะมีมหาวิทยาลัย
เชียงใหม่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลา ฯลฯ

  ในส่วนของโรงเรียนมัธยมโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งเป็นของมิชชันนารีได้แก่ อัสสัมชัญบางรัก เซนต์คาเบรียล กรุงเทพคริสเตียน มาแตร์เดอี
เซนต์โยเซฟ ฯลฯ ส่วนของรัฐได้แก่ สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ ราชินี เป็นต้นโรงเรียนเอกชนได้แก่ อำนวยศิลป์ ไพศาลศิลป์ สารสิทธิ์ ศิริศาสตร์ ศิริทรัพย์
เป็นต้น ขณะเดียวกันก็เริ่มเกิดโรงเรียนพาณิชย์ขึ้นที่เป็นของฝรั่งได้แก่ อัสสัมชัญพาณิชย์ (ACC)ขณะเดียวกันก็มีพาณิชย์พระนคร ตั้งตรงจิตรพณิชยการ
พาณิชย์ธนบุรีนอกจากนี้ยังมีโรงเรียนของเหล่าทัพและของตำรวจ

สิ่งที่พัฒนาตามมาก็คือ
โรงเรียนกวดวิชาสำหรับผู้ซึ่งไม่มีเวลาเรียนตามปกติตามคำกล่าวของอาจารย์เพทาย อมาตยกุล ที่กล่าวว่า "โตแล้วเรียนลัดดีกว่า"โรงเรียนกวดวิชา
ที่ดังที่สุดคือ วัดสุทัศน์ วัดมหรรณพารามวรวิหาร ฯลฯนอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษและภาษาจีนตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มพูนความ
รู้กับผู้ที่สนใจศึกษาด้านภาษา
ความต้องการเรียนหนังสือของคนรุ่นใหม่ได้นำไปสู่การเติบโตของโรงเรียนภาคเอกชน โรงเรียนพาณิชย์ต่างๆที่เลียนแบบอัสสัมชัญพาณิชย์เกิดขึ้นอย่างดาษดื่นจากผู้ซึ่งเคยศึกษาจาก
สถาบันดังกล่าวและเริ่มเกิดวิทยาลัยเอกชน ได้แก่วิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาลัยหอการค้า ฯลฯ
ก่อนจะเป็นมหาวิทยาลัย

วิวัฒนาการการศึกษาของไทยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
จะมุ่งเน้นใช้หลักสูตรของอังกฤษและหลังสงครามโลกครั้งที่สองก็เริ่มถูกอิทธิพลของอเมริกัน
การออกเสียงและการสะกดตัวภาษาอังกฤษถูกเปลี่ยนแปลงและที่รุนแรงที่สุดคือผู้ซึ่งจบจาก
สหรัฐอเมริกาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษรของไทยจนมีผลมาถึงปัจจุบัน จะมุ่งเน้นใช้
หลักสูตรของอังกฤษและหลังสงครามโลกครั้งที่สองก็เริ่มถูกอิทธิพลของอเมริกันการออกเสียง
และการสะกดตัวภาษาอังกฤษถูกเปลี่ยนแปลงและที่รุนแรงที่สุดคือผู้ซึ่งจบจากสหรัฐอเมริกาได้
เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษรของไทยจนมีผลมาถึงปัจจุบัน



ข้อสังเกตข้อหนึ่งคือ วิทยาลัยครูต่างๆ
ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อการฝึกครูรวมทั้งวิทยาลัยการศึกษาก็ได้แปรเปลี่ยนรูปเป็นมหาวิทยาลัยจนหมดสิ้นในปัจจุบัน รายละเอียดต่างๆ ยังมีอีกมากแต่ที่ยกมา
ให้เห็นโดยสังเขปนี้เพื่อให้เห็นว่าวิวัฒนาการการศึกษาของไทยมีความเป็นมายาวนาน มีแหล่งความรู้จากหลายแหล่งทั้งจากอินเดีย จีน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาโดยจุดประสงค์หลักสูตรเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และนโยบายของรัฐตลอดทั้งสถานการณ์ทางการเมือง
สังคมและเศรษฐกิจในขณะนั้น

ตัวอย่างเช่น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)คือสถาบันที่เกิดขึ้นในยุคการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นต้นส่วนมหาวิทยาลัยรามคำแหง
และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่ทดแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งแปรสภาพจากมหาวิทยาลัยเปิดมาเป็นมหาวิทยาลัยปิด
มาในปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายๆแห่งกำลังแปรสภาพจากหน่วยงานของรัฐซึ่งเทียบเท่าหนึ่งกรมกลายเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบซึ่งเป็นผลมาจาก
เงื่อนไขที่กำหนดมาจากสถาบันการเงินที่ให้ประเทศไทยกู้เงินโดยมีเงื่อนไขผูกไว้

การ ศึกษาคือตัวแปรสำคัญในการสร้างคน
  คนคือตัวจักรสำคัญในการสร้างสังคมรัฐมนตรีที่ดูแลการศึกษรจึงต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรอบรู้ประวัติศาสตร์
และสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกจึงถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยิ่งในสหรัฐอเมริกาเพราะอนาคตของประเทศชาติขึ้นอยู่กับศึกษาและวัฒนธรรม
ตราบเท่าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษามีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่งอนาคตประเทศชาติย่อมไม่สามารถจะก้าวไปในทิศทางที่พึงประสงค์ได้
เพราะการศึกษาคือ การสร้างคน คนสร้างสังคม สังคมก่อขึ้นมาเป็นชาติ

อ้างอิง : http://onknow.blogspot.com/2009/10/blog-post_4403.html
   1  2  3    
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น