นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น



โรคริดสีดวงทวาร
โรคริดสีดวงทวาร (อังกฤษ: hemorrhoids (อังกฤษอเมริกัน) หรือ haemorrhoids (อังกฤษบริติช) หรือ piles) เป็นโครงสร้างหลอดเลือดในช่องทวารหนัก ในสภาพปกติ เป็นหมอนที่ช่วยควบคุมอุจจาระ แต่กลายเป็นพยาธิสภาพเมื่อบวมหรืออักเสบ


อาการและอาการแสดงของโรคริดสสีดวงทวารขึ้นอยู่กับชนิดที่เป็น โรคริดสีดวงทวารภายในมักมาด้วยอาการเลือดออกในไส้ตรงแบบไม่เจ็บ ขณะที่โรคริดสีดวงทวารภายนอกอาจมีอาการเล็กน้อยหรือหากเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด จะเจ็บและบวมมากในบริเวณทวารหนัก หลายคนเรียกอาการที่เกิดรอบบริเวณทวารหนัก-ไส้ตรงอย่างผิด ๆ ว่า "โรคริดสีดวงทวาร" และควรตัดสาเหตุร้ายแรงของอาการ แม้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของโรคริดสีดวงทวาร แต่เชื่อว่าหลายปัจจัยซึ่งเพิ่มความดันในท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องผูก มีบทบาททำให้เกิดโรค


การรักษาแรกเริ่มสำหรับโรคระดับเบาและปานกลางมีการเพิ่มการรับประทานใยอาหาร ของเหลวทางปากเพื่อรักษาภาวะน้ำ (hydration) ยา NSAID เพื่อช่วยลดความเจ็บและการพักผ่อน อาจดำเนินกระบวนการเล็กน้อยจำนวนหนึ่งหากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นด้วยการจัดการแบบอนุรักษ์ การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับโรคที่ไม่ดีขึ้นหลังมาตรการเหล่านี้ ประชากรถึงครึ่งหนึ่งอาจเคยมีปัญหาโรคริดสีดวงทวารครั้งหนึ่งในชีวิต ปกติผลออกมาดี

 

ประเภทของโรคริดสีดวงทวาร
แบบภายนอก โรคริดสีดวงทวารแบบภายนอกจะเกิดบริเวณใต้ dentate line (pectinate line) ริดสีดวงทวารแบบภายนอกมักมีอาการปวด บวม ระคายเคือง

แบบภายใน โรคริดสีดวงทวารแบบภายในจะเกิดบริเวณเหนือ dentate line (pectinate line) ริดสีดวงทวารแบบภายในมักไม่มีอาการปวด และผู้คนส่วนใหญ่มักไม่สนใจถึงแม้จะเป็น ริดสีดวงแบบภายในถ้าไม่รักษาสามารถเป็นริดสีดวงทวารได้สองแบบคือ แบบมีก้อนยื่นออกทวาร (prolapsed hemorrhoids) หรือแบบบีบรัด (strangulated hemorrhoids) ถ้าหูรูดทวารหนักหดตัวและบีบก้อนริดสีดวงจนขาดเลือดไปเลี้ยง ริดสีดวงจะกลายเป็นแบบบีบรัด



นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น


ริดสีดวงทวารแบบภายในสามารถแบ่งได้ตามการยื่นของก้อนริดสีดวงทวาร ดังนี้

ระดับ 1 ไม่มีการยื่นของก้อนออกมา
ระดับ 2 มีการยื่นของก้อนออกมาขณะถ่าย แต่สามารถกลับเข้าไปได้เองทันที
ระดับ 3 มีการยื่นของก้อนออกมาขณะถ่าย ต้องดันก้อนกลับไปเอง
ระดับ 4 มีการยื่นของก้อนออก โดยไม่สามารถดันก้อนกลับเข้าไปได้

อาการ
ริดสีดวงทวารมักมีอาการ คัน ปวดบริเวณทวาร เลือดออกขณะถ่าย อาการอื่นๆ ได้แก่ สารคัดหลั่งใส และ กลั้นอุจจาระไม่อยู่ ผู้ป่วยหลายรายอาการหายภายในไม่กี่วัน ริดสีดวงทวารแบบภายนอกมักมีอาการ เจ็บ แต่ริดสีดวงทวารแบบภายในมักไม่เจ็บ ยกเว้นว่าริดสีดวงทวารกลายเป็นก้อนแข็ง (thrombosed) หรือเนื้อตาย (necrotic)
ริดสีดวงทวารแบบภายในมักมีอาการ เลือดแดงสดเคลือบอุจจาระ ภาวะนี้เรียกว่า hematochezia ก้อนริดสีดวงทวารอาจยื่นออกมาจากทวารหนัก ริดสีดวงทวารแบบภายนอกมีอาการ ปวด, บวม และ มีก้อนบริเวณทวารหนัก




สาเหตุริดสีดวงทวาร
มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้เกิดก้อนริดสีดวงทวาร อาทิ ลักษณะนิสัยการถ่ายผิดปกติ (ท้องผูก หรือ ท้องเสีย) การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย มีการเพิ่มของความดันภายในช่องท้องเป็นเวลานาน ตั้งครรภ์ กรรมพันธุ์ ไม่มีลิ้นในเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก อายุ
สาเหตุอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มความดันเลือดบริเวณทวารทำให้เป็นโรคริดสีดวง ได้แก่ ความอ้วน และนั่งเป็นเวลานานๆระหว่างตั้งครรภ์ ความดันจากตัวอ่อนในท้องและการเปลี่ยนแปลงฮอโมนมีผลทำให้เส้นเลือดริดสีดวงทวารมีขนาดใหญ่ขึ้น การคลอดมีผลเพิ่มความดันภายในช่องท้อง การผ่าตัดมักไม่จำเป็น อาการมักหายภายหลังคลอด

การป้องกันริดสีดวงทวาร
ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคริดสีดวงทวารคือ ทำให้อุจจาระไม่แข็งและผ่านไปได้โดยง่าย ได้แก่ ถ่ายโดยไวเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ การออกกำลังกาย เช่น การเดิน การเพิ่มอาหารที่มีเส้นใย แนะนำให้ใช้เวลาน้อยขณะเบ่งถ่าย และหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือขณะถ่าย

การวินิจฉัยริดสีดวงทวาร
จากประวัติและอาการของโรค

1. มีเลือดแดงสดหยดออกมา หรือพุ่งออกมาขณะเบ่งถ่าย หรือหลังถ่ายอุจจาระ จำนวนแต่ละครั้งไม่มากหนัก ไม่มีอาการปวดหรือแสบของทวาร
2. มีก้อนเนื้อปลิ้นจากภายในขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และยุบกลับเข้าเมื่อหยุดเบ่ง เมื่อเป็นมากต้องดันจึงจะกลับเข้าไป และขั้นสุดท้ายอาจย้อนอยู่ภายนอกตลอดเวลา
3. อาการตามข้อ 1 และ 2 อาจเกิดร่วมกันหรือตามกัน4. มีก้อนและปวดที่ขอบทวารเกิดขึ้นเร็วใน 24 ชั่วโมง และเจ็บมากในระยะเวลา 5-7 วันแรก




การตรวจร่างกายริดสีดวงทวาร
การวินิจฉัยโรคที่แน่นอนต้องมีการตรวจทางทวารหนัก ซึ่งประกอบด้วย

1. ตรวจดูขอบทวารหนัก ส่วนใหญ่จะปกติหรืออาจเห็นริดสีดวงทวารหนักยื่นออกมา

2. การตรวจทวารหนักด้วยนิ้วมือ (PR) ไม่ช่วยวินิจฉัยริดสีดวงทวารหนัก แต่ช่วยตรวจแยกโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายริดสีดวงทวารหนัก โดยเฉพาะก้อนหรือแผลบริเวณทวารหนักหรือภายใน rectum เช่น มะเร็งทวารหนัก,
ติ่งเนื้อ, ต่อมลูกหมากโต และฝี การตรวจอาจต้องใช้ยาระงับปวดร่วมด้วย

3. การตรวจด้วย anoscope จะตรวจพบหัวริดสีดวงภายในได้ชัดเจน ควรทำเพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอน

4. การตรวจด้วย sigmoidoscope ควรทำในรายที่มีอายุมาก และจำเป็นต้องทำ
ถ้ามีประวัติขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นมูก ปนเลือด หรือคลำก้อนได้ภายในทวารหนัก




นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น




 
 
 

ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
     1   2   3    
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น