นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น


 
กำเนิดเทียนพรรษา
ศาสนา พราหมณ์-ฮินดู นับถือวัวเพราะถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ

แต่ชาวพุทธซึ่ง นับถือศาสนาพุทธจะทำเทียนเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ เช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ

เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน

การทำและแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีวันเข้าพรรษา ของชาวพุทธ ที่ได้กระทำต่อเนื่องกันมาแต่พุทธกาล โดยมี
วัตถุประสงค์ เพื่อ ถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา
 
มีเรื่องเล่าว่า ในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้า ได้เสด็จจำ พรรษา อยู่ที่วัดป่าเลไลย์ เพื่อหาความสงบในป่าแห่งหนึ่ง ได้มี พญาช้างสาร และพญาวานร
แสนรู้ สืบทราบว่า พระพุทธเจ้า ได้เสด็จมาประทับแรม จึงชวนกันไปเป็นผู้อุปัฏฐาก โดยพญาช้าง เป็นผู้หาน้ำดื่ม น้ำใช้ ส่วนพญาวานรเป็นผู้หารังผึ้ง
มาถวาย ต่อมา พญาวานรเกิด พลาดพลั้งพลัด ตกต้นไม้ตาย แต่ด้วย อานิสงส์ ที่ได้ทำไว้กับ พระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นพระพรหม อยู่บนสวรรค์




นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า พระอนุรุทธสาวกของ พระพุทธเจ้า ที่มีสติปัญญา เฉลียวฉลาด
หลักแหลม รู้พระธรรม วินัยอย่างแตกฉานก็เพราะในชาติปางก่อนเคยถวายแสงประทีป
เป็นทาน ดังนั้น พุทธศาสนิกชน ผู้ใฝ่บุญกุศล จึงได้ยึดถือ เป็น ประเพณีนำเทียน ไปถวายแด่
พระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเอง เป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ ขี้ผึ้ง ที่ใช้ทำเทียนซึ่งได้จากรังผึ้ง (อีสานเรียกว่า เรียงผึ้ง) โดย นำมาต้มเป็นงบคล้าย
น้ำอ้อย บางที ดัดแปลงเป็นเลา (เหมือน ต้นอ้อย หรือลำไม้ไผ่) หรือรูปเหลี่ยม ส่วนการตกแต่ง ใช้วัสดุ จำพวกเชือกย้อมสี กระดาษที่ตัดเจาะ เป็นรูปตามถนัด พันรอบ ต้นเป็นเปลาะๆ



ประวัติประเพณีแห่เทียนพรรษา
ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งต้องมีการหล่อเทียนพรรษา เป็นประเพณีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การหล่อเทียนแต่ละเล่ม
จะต้องหล่อด้วยขี้ผึ้ง ต้องใช้ขี้ผึ้งในการหล่อเทียนหนักถึง ๑๖ ชั่ง เมื่อถึงเวลาหล่อเทียน สำนักพระราชวัง จำบอกบุญไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน และ ขุนนางฝ่ายต่าง ๆ เป็นต้น ให้นำขี้ผึ้งมาช่วยกันหล่อเทียนจึงสำเร็จลงได้จำนวนเทียนที่หล่อจึงมีมากขึ้น




เหตุที่ต้องมีประเพณีหล่อเทียน คือ เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง วัน ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ บรรดาภิกษุ สามเณรต้องจำพรรษาในวัดหรือสถานที่ ที่กำหนดตลอดระยะเวลา ๓ เดือน มิให้ไปค้างแรมที่อื่นๆ ระหว่างการจำพรรษาของพระภิกษุ สามเณรจะมีการสวดมนต์
ทำวัตรเช้า-เย็น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เทียนจุดเพื่อบูชาให้ตลอดพรรษา พุทธศาสนิกชนจึงร่วมมือ
ร่วมใจกันหล่อเทียนพรรษา เทียนที่หล่อขึ้นจึงเรียกว่า “เทียนพรรษา” หรือ “เทียนจำนำพรรษา”



การถวายเทียนพรรษาเป็นกุศลอย่างหนึ่งของการให้แสงสว่าง พิธีหล่อเทียนเริ่มก่อนเข้าพรรษา ประมาณ ๑ สัปดาห์ เมื่อหล่อเทียนเสร็จ วันรุ่งขึ้นจะนำเทียนพรรษาที่หล่อได้ จัดขบวนแห่นำไป
ถวายที่วัด เพื่อเป็นพุทธบูชา ในวันนั้นจะมีการทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุ เพื่อเป็นการร่วม
กุศลกันในหมู่บ้าน

อานิสงส์ของการหล่อเทียนหรือถวายเทียนพรรษาแด่พระภิกษุ ถือกันว่าจะทำให้เป็นผู้มี
ปัญญาดีเจริญก้าวหน้า เหมือนดังแสงเทียนที่สว่างยามค่ำคืน ซึ่งพระภิกษุสมัยก่อน
ใช้เป็นแสงสว่างในการอ่านหนังสือธรรมะและประกอบกิจของสงฆ์





นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

 

ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
    1   2     
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น