นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น



ยาอี ยาเลิฟ เอ็กซ์ตาซี
ชื่อทั่วไป : ยาอี หรือ เอ็กซ์ตาซี่ (Ecstasy)

ชื่ออื่น ๆ :ยาเลิฟ (Love drug หรือ Love Pills) ยากอด (Hug Pills)
ยาหัวส่าย (เมื่อเสพแล้วจะเต้นโดยโยกศีรษะตลอดเวลา)

ประเภทของยา
จัดเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
ลักษณะ

เป็นยาเม็ดกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-9 มิลลิเมตร หนาประมาณ 3-4 มิลลิเมตร
มีหลากหลายสี และหลากหลาย สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเม็ดยา
ลักษณะทางกายภาพ
ลักษณะของยาอี มีทั้งที่เป็นแคปซูล และเป็นเม็ดยาสีต่าง ๆ แต่ที่พบในประเทศไทย ส่วนใหญ่มีลักษณะ
เป็นเม็ดกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8 - 12 ซ.ม. หนา 0.3 - 0.4 ซ.ม. ผิวเรียบและปรากฏสัญลักษณ์
บนเม็ดยาเป็นรูปต่าง ๆ เช่น กระต่าย, ค้างคาว, นก, ดวงอาทิตย์, P.T.ฯลฯ เสพโดยการรับประทานเป็นเม็ด
จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 45 นาที และฤทธิ์ยาจะอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6 - 8 ชั่วโมง



ยาอี
 
 


 การเสพยาอี
มักเสพร่วมกับการดื่มสุรา
การออกฤทธิ์ของยาอี
หลอนประสาท มีอาการคล้ายกับการเสพยาบ้า มีผลต่อจิตใจ อารมณ์และพฤติกรรมออกฤทธิ์
กระตุ้นประสาทในระยะสั้น ๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท มีอาการติดยาทางจิตใจ
ไม่มีอาการขาดยาทางร่างกายออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในช่วงเวลาสั้น ๆจากนั้นจะออก
ฤทธิ์ หลอนประสาทอย่างรุนแรง ทำให้การมองเห็นภาพและรับฟังเสียงผิดไปจากความ
เป็นจริง ผู้เสพจะมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ อันเป็น
สาเหตุไปสู่พฤติกรรมมั่วเพศ ฤทธิ์ของยาในระยะสั้นทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง
อาจทำให้เกิดอาการสั่น ชัก บางคนอาจมีอาการมากถึงขั้นระยะการหายใจล้มเหลว
จนทำให้ตายได้ ในกรณีที่ใช้ต่อเนื่องจะเกิดอาการเสพติดและทำให้ระบบประสาทหลั่งสาร
ซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มนุษย์มีความสุขลดน้อยลงหรือหมดไปผู้เสพติด
ที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าจึงมีแนวโน้มในการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ


 


นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

 
สารเคมีที่ออกฤทธิ์
3,4-Methylenedionymethamphetamine (MDMA) หรือ
3,4-Methylenedionyamphetamine (MDA) หรือ
3,4-Methylenedionyethylamphetamine (MDE หรือ MDEA)

อาการคนเสพยาอี
เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ระบบประสาทการรับรู้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด (Psychedelic)ทำให้การได้ยินเสียงและการมองเห็น
แสงสีต่าง ๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม ควบคุมอารมณ์ไม่ได้


โทษพิษภัยของยาอี
เมื่อใช้ยาในปริมาณมากจะมีอาการตัวสั่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ม่านตาขยาย ขากรรไกรแข็ง เหงื่อออกโชก ถ้าได้รับยา เกินขนาดใน
ปริมาณสูงจะมีอาการไข้สูงมาก มีลิ่มเลือดกระจายอยู่ทั่วไป ในหลอดเลือด หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เกิดอาการชัก และ ไตวายเฉียบพลัน


1. ผลต่ออารมณ์
เมื่อเริ่มเสพในระยะแรกยาอีจะออกฤทธฺ์กระตุ้นประสาท ให้ผู้เสพรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เป็นสาเหตุให้เกิด
พฤติกรรมสำส่อนทางเพศ
2. ผลต่อการรับรู้
การรับรู้จะเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง
 


นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น

3. ผลต่อระบบประสาท
ยาอีจะทำลายระบบประสาททำให้เซลล์สมองส่วนที่ทำหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการควบคุมอารมณ์นั้น ทำงานผิดปกติกล่าวคือ เมื่อยาอีเข้าสู่สมองแล้ว จะทำให้เกิดการหลั่งสาร "ซีโรโทนิน" ออกมามากเกินกว่าปกติส่งผลให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปสารดังกล่าวจะลดน้อยลง ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หดหู่อย่างมาก อาจกลายเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้า (Depression) และอาจเกิดสภาวะอยากฆ่าตัวตาย นอกจากนี้การที่สารซีโรโทนินลดลง ยังทำให้ธรรมชาติของการหลับนอนผิดปกติ จำนวนเวลาของการหลับลดลง นอนหลับไม่สนิท จึงเกิดอาการอ่อนเพลียขาดสมาธิในการเรียน และการทำงาน
4. ผลต่อสภาวะการตายขณะเสพ
มักเกิดเมื่อผู้เสพสูญเสียเหงื่อมากจากการเต้นรำ ทำให้เกิดสภาวะขาดน้ำอย่างฉับพลัน หรือกรณีที่เสพยาอีพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ จะทำให้เกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้


 
เสพยาอีหลอนประสาท
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
   1  2  
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น