นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
หมอเหยา
หมอเหยา เป็นพิธีกรรมอันเนื่องจากความเชื่ออย่างหนึ่ง เดิมประกอบพิธีกรรมกันเกือบทุกชุมชน
ปัจจุบันพิธีกรรมนี้มีการปฏิบัติน้อยจนเกือบสูญหายไปจากสังคม หมอเหยา เป็นพิธีกรรมการรักษา
คนป่วยด้วยวิธีตามความเชื่อเรื่องผพิธีหมอเหยามีความเป็นมา คือ เมื่อมีคนเกิดการเจ็บป่วยที่ใด
ผ่านการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆแล้วก็ยังไม่หายจากการเจ็บป่วยญาตคนป่วยนั้นจะไปหาหมอเหยาให้มา
ประกอบพิธีเสี่ยงทายดูเพราะมีความเชื่อว่าเป็นการกระทำของผีหรือ ‘’ ผิดผี ‘’ จึงต้องทำพิธี ‘’เหยา’’ เพื่อ ’’
แก้ผี’’ว่าที่ผู้เจ็บป่วยนี้ผิดผีด้วยสาเหตุใด ผีต้องการอะไร จะได้แต่งแก้หรือปฏิบัติตาม เชื่อว่าเมื่อทำการ
แก้ผีแล้ว อาการเจ็บป่วยก็จะหายเป็นปกติ การประกอบพิธีเหยานั้นจะกระทำโดย หมอเหยา หรือเรียกว่า
ผีหมอโดยหมอเหยาจะทำพิธีเซ่นผี ติดต่อสื่อสารกับผีโดยการร้องรำประกอบดนตรีประเภท
แคนคำร้องนั้นเชื่อว่าเป็นคำบอกของผี ที่จะถ่ายเชื่อมโยง ถึงผู้ป่วย ผีที่มาเข้าทรงหมอเหยาได้แก่
ผีหัวนา ผีปู่ย่าตายายผีบรรพบุรุษ แล้วแต่คนเลี้ยงผีจะบอกไว้คนคุมหรือคนเลี้ยงผีเรียกว่า แม่เมือง ในปีหนึ่ง ๆ ลูกเมือง(หมอเหยา) จะต้องทำการคารวะ
แม่เมือง 1 ครั้ง เรียกว่าพิธีเลี้ยงผีหมอเหยามาจากไหน เมื่อมีคนเจ็บป่วย แล้วไปเซ่นหมอเหยา(ผีหมอที่อยูในชุมชนนั้น)มาประกอบพิธีเสี่ยงทายด
ู(รักษาด้วย)แล้วพบว่าบรรพบุรุษของคนป่วยนั้นเคยเป็นผีหมอ(หมอเหยา)ีมาก่อนต้องการจะมาเข้าร่างทรง(จะมาอาศัยอยู่กับผู้ที่ป่วยนั้น)หมายถึง
ถ้ายอมรับที่จะเป็นหมอเหยาคนต่อไป(จึงจะหายป่วย) เมื่อคนป่วยนั้นอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติแล้ว จะต้องประกอบพิธีเลี้ยงผี(เป็นผู้เลี้ยงผี *)
และกลายเป็น‘’หมอเหยา’’ สืบทอดต่อไปอีกประการหนึ่ง คือ ไปศึกษาเล่าเรียนมาเพื่อเป็นหมอเหยา
ลักษณะคุณสมบัติของหมอเหยา
เป็นคนนับถือผีเป็นผู้ปฏิบัติรักษาเครื่องสังเวย เลี้ยงผีไว้ที่บ้านของตน เป็นชายหรือหญิงก็ได้
้เป็นคนเสียสละ มีคุณธรรมสูง มีสัจจะประพฤติตามฮีต – ครองดั่งคำที่ว่ากลางดึก
หากมีใครมาตามให้ไป
รักษาก็ต้องไปไม่มีค่าจ้างได้แต่ค่าขึ้นครูหากได้รับเงิน
มากกว่านั้นก็จะกลายเป็น ปอบ หมอเหยาส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงในแต่ละแห่งมีหมอเหยาได้หลายคน
ด้วยการศึกษา และสืบทจากหมอเหยาคนเก่าจะมีหมอเหยาอาวุโสที่สุดเป็นเหมือนหมอใหญ่ ซึ่งจะเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมร่วมกัน การเป็นหมอเหยาได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก ต้องจัดว่าเป็นคนดีจริง ๆมีคุณธรรมสูง มีสัจจะไม่กินของไม่สุกปรุงตัวเองด้วยเครื่องหอมที่หมอเหยาคนนั้น ๆ จะปรุงขึ้นมาเอง ส่วนใหญ่จะเหน็บดอก”สะเลเต”หรือภาษากลางเรียกว่า “มหาหงษ์ “
ไว้ที่มวยผมของตัวเอง แม่หมอคนหนึ่งแนะนำวิธีสังเกตว่า คนไหนเป็นหมอเหยาของหมู่บ้านหากมีดอกสะเลเต พร้อมเครื่องปรุงหอมบางอย่างอยู่ในตัวละก็ หญิงคนนั้นคือหมอเหยา



 

 


วิธีการรักษาคนป่วยจากหมอเหยา

   เครื่องเซ่นเหยานั้น คือในกรวยใบตองจะต้องม
- ข้าวสาร
- ไข่
- ธูปเทียน
- ขันหมากเบง (หมากพลู)
- ผ้าขาวม้า
- ดาบสำหรับเสี่ยงทาย
- สายสิญจน์
- เหล้าขาว
- ขันเงินบรรจุน้ำ
- หน้าขา
- ธนู



ที่สำคัญคือ เครื่องเล่นเป็นอาวุธเช่นหน้าขา ธนู หมอเหยาแต่ละรายแตกต่างกันไป ตามการเรียกขาน เสียงกระทุ้งบ้างเป็น
จังหวะดังขึ้น พร้อมเสียงแคนเร้าใจ แม่เฒ่าทั้งหลายเริ่มพิธีเสียงทาย เริ่มจากประธานเหยาโยนข้าสารใส่เครื่องเซ่นและใช้ดาบปักไปตามเครื่องเซ่น
หากดาบไม่เอนไปทางใดทางหนึ่ง แสดงว่าเครื่องเซ่นนั้น ๆ ผ่าน เมื่อครบแล้วหมอเหยาทุกคนจะลุกขึ้นล้อมวง ฟ้อนรำไปรอบๆ โรยทรายดับเปลวเทียน
หนึ่งต้นต้นรำออกท่าร่ายรำใช้อาวุธ ของเล่นจนกระทั่งเสร็จพิธีการเชิญ ผีมาประทับร่างด้วยการขับกลอนเชิญโดยการจัดลำดับการเชิญตั้งแต่เทวดา
พระอินทร์พระพรหมและผีระดับรอง ลงมาคือ ผีฟ้า ผีน้ำ นอกจากนี้ก็มีบุคคลสำคัญอื่น ๆ ที่เคยปรากฏชื่อในตำนานพื้นบ้านอีสาน เช่น ท้าวสินไช
และคนอื่นๆ ที่ถือเป็นผู้สำคัญ การรักษาของหมอเหยาไม่มีข้อห้ามในการรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันแม้ว่า คนป่วยจะนอนที่โรงพยาบาล
หมอเหยาทำพิธีรักษาด้วยก็ได้ ผู้ร่วมพิธีเหยาได้แก่ ญาติพี่น้องใกล้ชิดเพื่อนบ้าน ใกล้เคียง รวมทั้งคนในหมู่บ้านจะมาร่วมโดยไม่ต้องบอกกล่าว
การเหยาเป็นการรักษาทางด้านจิตใจ การเชิญ หมอเหยาแสดงว่า ลูกผัวรักแพง รวมทั้งมีญาติและเพื่อนบ้านมาเยี่ยมเยือน ทำให้ผู้ป่วยมีขวัญและกำลังใจดีขึ้น
ซึ่งอาจทำให้หายจากการเจ็บป่วย ความสัมพันธ์ระหว่างหมอเหยากับคนป่วยนั้น ไม่ใช่แค่หมอกับคนไข้ เมื่อหาย แล้วก็ไม่ต้องติดต่อสัมพันธ์กันอีก

ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
      2    
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น



View My Stats